หลักและกระบวนการบริหาร

การบริหารและการประยุกต์ใช้แนวคิดทฤษฎีเพื่อการบริหารงาน

จากเอกสาร การบริหารงาน ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ที่ใช้อบรมหัวฟหน้าฝ่ายทั่วประเทศได้นำเสนอ เรื่อง การบริการไว้ดังนี้ คำจำกัดความการบริหาร หมายถึง ศิลปะในการทำให้สิ่งต่าง ๆ ได้รับการกระทำจนเป็น ผลสำเร็จ กล่าวคือ ผู้บริหารไม่ใช้เป็นผู้ปฏิบัติ แต่เป็นผู้ใช้ศิลปะทำให้ผู้ปฏิบัติทำงานจนสำเร็จตามจุดมุ่งหมายที่ผู้บริหารตัดสินใจเลือกแล้ว (Simon)
การบริหาร คือ กระบวนการทำงานร่วมกับผู้อื่นเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ (Sergiovanni)
การบริหาร คือ การทำงานของคณะบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่รวมปฏิบัติการให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน (Barnard)

การบริหารเป็นกระบวนการทางสังคมที่สามารถมองเห็นได้ 3 ทางคือ

  1. ทางโครงสร้าง เป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา ตามลำดับขั้นตอนของสายการบังคับบัญชา
  2. ทางหน้าที่ เป็นขั้นตอนของหน่วยงานที่ระบุหน้าที่ บทบาท ความรับผิดชอบและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อให้สำเร็จเป้าหมาย
  3. ทางปฏิบัติ เป็นกระบวนการที่บุคคลและบุคคลต้องการร่วมทำปฏิกิริยาซึ่งกันและกัน (Getzals & Guba)
ลักษณะเด่นที่เป็นสากลของการบริหาร คือ
  1. การบริหารต้องมีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย
  2. ต้องอาศัยปัจจัยบุคคลเป็นองค์ประกอบสำคัญ
  3. ต้องใช้ทรัพยากรบริหารเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน
  4. ต้องมีลักษณะการดำเนินการเป็นกระบวนการทางสังคม
  5. ต้องเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างกลุ่มบุคคล 2 คนขึ้นไป
  6. ต้องอาศัยร่วมมือร่วมใจเพื่อให้ภารกิจบรรลุวัตถุประสงค์
  7. เป็นการร่วมมือดำเนินการอย่างมีเหตุผล
  8. มีลักษณะเป็นการตรวจสอบผลการปฏิบัติงานกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
  9. การบริหารไม่มีตัวตน แต่มีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์

การบริหารเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์

การบริหารเป็นสาขาวิชาที่มีการจัดการระเบียบอย่างเป็นระบบ คือมีหลักเกณฑ์และทฤษฎีที่พึงเชื่อถือได้ อันเกิดจาการค้นคว้าเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อประโยชน์ในการบริหาร โดยลักษณะนี้ การบริหารจึงเป็นศาสตร์ (Science) เป็นศาสตร์สังคม ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกับวิชาจิตวิทยา สังคมวิทยา และรัฐศาสตร์
แต่ถ้าพิจารณาการบริหารในลักษณะของการปฏิบัติที่ต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และทักษะของผู้บริหารแต่ละคน ที่จะ ทำงานให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งเป็นการประยุกต์เอาความรู้ หลักการและทฤษฎีไปรับใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และสิ่งแวดล้อม การบริหารก็จะมีลักษณะเป็นศิลป์ (Arts)

ปัจจัยการบริหาร

ปัจจัยพื้นฐานทางการบริหารมี 4 อย่าง ที่เรียกว่า 4Ms ได้แก่
  1. คน (Man)
  2. เงิน (Money)
  3. วัสดุสิ่งของ(Materials)
  4. การจัดการ (Management)

ข้อจำกัดทางการบริหาร

  1. สถานภาพทางภูมิศาสตร์
  2. ประชากร
  3. ทรัพยากร
  4. ลักษณะนิสัย และความสามารถของคนในชาติ
  5. ความเชื่อถือและความศรัทธา
  6. ขนมธรมเนียมและประเพณี
  7. ค่านิยมและอุดมการณ์ทางสังคม

จาก : http://www.kunkroo.com/admin1.htm

    ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวมันก็มีหลากหลายที่เหมือนกันนะวันนี้ก็เลยอยากจะแนะนำไปมาเองมันเปงช่วงไปดูงานของสาขา แต่ว่าไม่ได้ไปพร้อมกับเพื่อนๆ เพราะต้องไปประชุมงานที่ตัวเองทำอยู่ที่กทม. และแล้วก็ต้องไปเองคนเดียวทั้งๆที่ไม่รู้จักเส้นทางเลยประมาณว่ามั่วๆไปเอา  เริ่มจากหลังประชุมงานเสร์จก็ได้ไปที่หมอชิต2 ถามเค้า(พนักงาน) ว่าไปพัทยารถออกกี่โมง   เค้าบอกว่าหมดแล้ว ก็เลยถามว่าเริ่มออกกี่โมง เค้าบอกรถออกรอบแรก ตี3.30น. รอบสุดท้าย 6 โมงเย็นออกไปแล้ว   Oh....แม่เจ้า ตรูจะทำยังไงดีวะ บ้านเพื่อนก็อยู่ไกล ก็เลยตัดสินใจเอาวะ รอก็ได้จาก 18.00น.  - 03.30 น. เป็นเวลา เกือบ10 ชม.   ตรูจะทำอะไรดีหาวิธีฆ่าเวลา กินๆ เดินเล่นหาดูบอล แถวๆหมอชิต วันนั้นมันเป็นวันอาทิตย์ บอลEเตะไปหมดแล้ว  เหอ.... ก็เลยกลับมาดูTVที่หมอชิต ดูไปซักหน่อยมันก็ปิด รู้สึกจะปิด 4ทุ่มมั้ง จำเวลาไม่ได้ แล้วต่อมาก็ไปอาบน้ำ 10 บาท ครั้งแรกที่อาบน้ำที่หมอชิต  อาบเสร็จประมาณ 5 ทุ่ม ก็ไปหาของกินอีก  ประมาณว่ากินๆให้มันง่วงจะได้นอน อะไรก็ไม่มีทำ โคตรทุกข์เลย ถ้าหลับไปก็กลัวของจะหายอีก มีกระเป๋ามาด้วย2ใบ    ระหว่างนั้นเป็นช่วงๆก็ได้โทรศัพท์คุยกับย่าที่ขอนแก่น ย่าก็บอกให้ระวังตัวดีๆนะ    และก็ได้โทคุยกับผุสาว(......)เปงระยะๆ   ทุกข์จริงๆกรูจะนอนก็หลับๆตื่นๆยุ่งเยอะ+ร้อนอีกเหอะ.....

และแล้ว เวลา 03.30น.

ก็ได้ไปซื้อตั๊วรู้สึกจะ 90 หรือ 120 บาทนี่แหละไปลงพัทยา ก็ซื้อเสร์จก็ไปรอรถแล้วก็นั่งรถไปบอกคนเก็บตั๊วอยู่นะถึงพัทยาแล้วบอกให้จอดให้ด้วย    ด้วยความที่ไม่เคยนั่งรถมาคนเดียว ผมมาตื่นอีกครั้งก็ตอนที่มีลุงคนหนึ่งลงที่ สัตหีบ    ผมก็ตื่นแล้วก็ถามคนเก็บตั๊วว่า ถึงพัทยายัง  มันบอกว่าเลยมาแล้วลืมบอก แมร่งกลัวตีนจริงๆจะพากรูไปส่งไหนนิ ทางก็ไม่เคยมาก็เลยไปถามคนแถวนู่น เดินไปเดืนมา 1ชม.กว่าๆ   อีกอย่างด้วยความอยากไปเองก็เลยไม่นั่ง มอไซรับจ้างไป  เดินจากพัทยาเหนือ  นั่งรถจากพัทยากลางๆ ไปๆมาๆจนมาถึงพัทยาใต้ใกล้โรงแรมที่จองไว้แล้ว  สำหรับใครที่ไม่เคยมา พัทยาใต้มันจะเป็นซอยเข้าไป  ถึงกระนั้นผมก็ยังไม่นั่ง มอไซรับจ้างไป  เค้าถามก็บอกว่าไม่ไปครับ   ไม่ใช่ว่างกนะ แต่อยากไปเอง เพื่อความภูมิใจของตัวเองเดินไปประมาณ2กม.ก็ได้ถึง โรงแรมแล้ว...  โห.....   ความรู้สึกปาน ไทยได้ไปบอลโลกละไป๋ ฮ่าๆๆๆ  หลังจากเข้าโรงแรม แล้วก็นอนแช่น้ำอุ่นนอนรอเพื่อน โทไปหามันพวกมันเพิ่งอยู่ โคราช มีรถเสียอีกเลยเสียเวลา     17.00น. พวกนั้นก็มาถึงโรงแรมกัน   20.30น.ก็เลยได้ไปเดินเล่นกัน 

 

ที่ท่องเที่ยว พัทยาใต้... ถนนคนเดิน รูปรอซักครู่

 

     

 

 

edit @ 31 Dec 2008 17:40:52 by [R]aMesis

edit @ 31 Dec 2008 17:43:22 by [R]aMesis

edit @ 1 Jan 2009 22:07:05 by [R]aMesis

edit @ 1 Jan 2009 22:11:51 by [R]aMesis

edit @ 1 Jan 2009 22:20:32 by [R]aMesis

เรียนมาได้อะไรบ้าง?

posted on 30 Dec 2008 19:41 by smudgerat

  จะจบปี3 ละเรียนไรมาได้อะไรมาบ้าง ?  ก็คิดๆอยู่ถ้าเจอคำถามเหล่านี้จะตอบยังไงและแล้วก็เจอจนได้(เจอถามคำถามนะ เหอ.. )

มาดูกันเลยดีกว่า I My Name is RaMesis     PUBLIC ADMINISTRATION  P.3  KHON KAEN UNIVERSITY

รัฐประศาสนศาสตร์ เรียกง่ายๆว่า รปศ. ครับเรียนแล้วได้อะไรเรียนไปทำอะไร ใครๆถามผมก็บอกว่าไปบริหารคน เออน่าสนดี < คำตอบสำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง  นับว่าสมัยนี้ รปศ.ที่เรียนนี้มีความสำคัญมากตอนการดำเนินชีวิตประจำวัน ต่อตัวเอง กลุ่ม องค์กร ร่วมไปถึงประเทศและโลกของเรา

เรียนมาได้อะไรบ้าง? ขนาดที่เรียนมายังจำไม่ได้เลย ถึงกับต้องเปิดสมุดเล่มเหลืองดูว่าเรียนอะไรมาแล้วบ้าง?

ปี1เทอม1

เรียน คณิค - มนุษย์ สังคม วัฒนธรรม - E - ไทย - หลักรปศ.

เทอมแรกก็ไม่ค่อยมีอะไรเพราะยังใหม่ๆอยู่ด้วยละมั้ง เรียนไปเล่นไปแปบๆหมดเทอมเกรดออกมา 2.2 กว่าๆ ถามว่าพอใจกับเกรดเทอมแรกของชีวิตมหาลัยใหม่  ต้องบอกว่าพอใจ เพราะว่าเจอการเรียนแบบใหม่ ข้อสอบแนวใหม่ ประมาณว่าให้มา 4 ข้อ ทำ 3 ชม. ตอบสมุด 2 เล่ม เหอ....  เขียนอย่างเดียว ก็OK ในระดับหนึ่ง เทอมแรกก็ได้ความรู้ เลขที่ยากมากสำหรับผมจำได้ข้อสอบมิดเทอม 11 หน้า ผมออกเป็นคนแรกของห้อง 11 หน้าทำไปหน้าเดียว อะไรจะอยากขนาดนี้Finalเลยตั้งใจมากๆถึงที่สุดได้D+ มารอดไป    ที่เหลือก็เป็นพื้นฐาน ม.6 ที่เรียนมาไม่ค่อยมีอะไรมาก แต่งงกับหลัก รปศ. ติดF   20 กว่าคนมั้ง ผมไปเรียนบ้างโดดบ้าง ได้B+ มากอาจเป็นเพราะเราเข้าใจหลักๆของมันมั้ง 

ปี1เทอม2

เรียน กีฬา วิ่ง - มนุษย์ธรรมชาติ - E2 - ไทย - กฏหมายเบื้องต้น- สารสนเทศ

เรียน วิ่ง เซงกับเกรดมากๆได้ C+  ไม่ได้คุยนะ แต่วิ่งในSec เดียวกันได้ที่ 1ใน3ตลอด  ให้เก็บรอบก็ครบ 120 หรือ 200รอบสระพาสติกจำไม่ได้   คงไปโดนไม่เข้าเรียนละมั้ง โห...นัดเรียน 6 โมงเช้าบ้างวัน 6โมงยังไม่นอนเลย จะให้ไปวิ่งหนอ

มนุษย์กับธรรมชาติ  เป็นวิชาที่เรียนง่าย ทำให้เราเป็นคนทันต่อข่าวสารเป็นวิชาที่ชอบมากวิชาหนึ่ง    วิชาEก็สนุกทำการเรียนไม่น่าเบื่อเกินไปนอกว่าจำๆ ท่องๆ     ไทย - ไม่ชอบคำเดียวจักอะไร (แล้วไง)   กฏหมายก็เรื่อยๆจำได้เกือบหมดละพวกนี้      

 

ปี2เทอม1

เรียน สหกรณ์(เลือก) -  E3 - ประโยชน์สาธารณะ -  อ่านและเขียน - ทฤษฏีองค์การ - พัฒนาไรซักอย่าง - วางแผน

ส่วนมากจะจำได้หมดนะ แนวๆเวลาสอน และแล้ว F ตัวแรกก็มาถึง เหอ..วิชาพัฒนาไรซักอย่างนี้แหละ  ได้รับประโยชน์ดีมากนะวิชาที่ติดF อาจเป็นเพราะอาจารย์เข้ม  และเราไม่รู้หลักมันเองด้วยละมั้งงงง

 

ลงเรียนซัมเมอร์  ธุรกิจปลาสวยงาม - แก้F ก็แจ่มเลยละคราวนี้ แทบบรรลุ 

ปี 3 เทอม1 และ 2

โดยสรุป

   เรียนๆมานิจะ 3 ปีเต็มละได้อะไรหลายๆอย่างมาทั้งด้านความรู้ทีเรียน รู้จัก การวางแผน/นโยบาย/กฏหมาย/การบริหารการจัดการ/E/  หลักๆเหล่านี้เป็นวืชาชีพที่เราต้องนำไปหางานทำประกอบอาชีพ  ก็ยังมีประสบการณ์ต่างๆอีกมากมาย ที่มันมากกว่าการเรียนที่เราเรียน มันก็คือการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่น  การทำงานเป็นทีม การประสานงานกัน ประสบการณ์เหล่านี้มันอาจหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วถ้าไม่ใช่ที่มหาวิทยาลัย

 

 

edit @ 31 Dec 2008 17:06:08 by [R]aMesis

edit @ 31 Dec 2008 17:13:32 by [R]aMesis

สวัสดีท่านผู้อ่าน/หรือ เข้ามาชม

ชีวิตในมหาวิทยาลัยว่ากันว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของเรา  เราอยากทำอะไรก็ได้ทำโดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ แค่เพียงเรารู้จักตัวเอง ดูแลตัวเอง เอาตัวให้รอดให้จบให้ได้ก็คงเพียงพอกะมั้ง  แต่คงไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป ต่างคนต่างความคิด นิสัยต่างกัน แต่ต้องมาอยู่ร่วมกันตั้ง 4ปี บางคนเป็นสุข บางคนเป็นทุกข์ คลุกเคล้ากันไปวันนี้ก็จะมาบอกกล่าวถึงชีวิตในมหาลัยของข้าพเจ้าเอง  RaMesis....

     ก่อนจะมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็ต้องผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน  หลายๆคนสอบเข้ามารอบโควตาบ้าง  รอบสอบตรงบ้าง  รอบ Addmissionบ้าง  รอบ โครงการพิเศษบ้าง  ซึ่งความคิดหรือนึกคิดแรกๆ ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเรียนคณะนี้ (มนุษย์ศาสตร์) สาขานี้ (รัฐประศาสนศาสตร์)  เลยซักนิด เพราะว่าตัวเองตั้งใจจะเข้า คณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งการเรียนหรือเนื้อหา บอกได้เลยว่าต่างกันสุดๆ  ปรามาณได้ว่า ตัวหนังสือ/ตัวเลข

    แล้วผมเข้ามาเรียนคณะ/สาขานี้ได้อย่างไร ก็เนื่องมาจาก รอบโควตา-รอบสอบตรง-รอบAddmission ผมก็เลือกลงคณะวิทยาศาสตร์สาขาชีวะ/จุลชีวะ หมดทุกอันดับ แล้วผลออกมาเป็นไง คงจะเดากันได้อยู่แล้วก็คือไม่ติดซักอันดับ สาขาที่เลือกยังเป็นสาขาที่คะแนนสูงเป็นอันดับหนึ่งของคณะอีก ไปกันใหญ่เลย

    สุดท้ายเมื่อผ่านมาหลายๆรอบ ก็เหลือรอบสุดท้ายรอบสอบ โครงการพิเศษนั้นเอง ก็เลยไปสมัครไว้แต่ไม่ใช่ของคณะวิทยาศาสตร์นะ แต่เป็นของคณะมนุษย์ศาสตร์ สาขา รปศ. (ที่เรียนอยู่ปัจจุบันนี่แหละจะจบปี3ละ)  ก็สอบได้อันดับเท่าไรไม่รู้ รู้แต่ว่าติดสัมภาษณ์  ทีแรกหลังจากที่สอบโควตาเสร็จหมดแล้วไม่ติดก็คิดที่เรียนไว้ที่อื่นอยู่นะ  เข้าถึงสอบสัมภาษณ์ก็เจออาจารย์สอบ2คน (ภายหลังได้มีโอกาสได้เรียนกับท่านทั้ง2) ถึงสัมภาษณ์ เลขที่3     คนแรกและคนที่สองก่อนหน้านั้นค่อนข้างนานมากคนละ10นาทีได้   ถึงคิวผมบ้าง ถ้าจะถามว่ากังวล/กลัว หรือไม่คงตอบได้ไม่เต็มร้อยว่าไม่กลัวแต่เป็นเสียวๆมากกว่าครั้งแรกด้วยที่สอบสัมภาษณ์แบบนี้ แต่อาจเพราะว่าเป็นนักกีฬาด้วยละมั้งจึงไม่ค่อยจะกลัวซักเท่าไร แล้วผมก็ได้เดินเข้าห้องสัมภาษณ์ไปพร้อมกับแฟ้มประวัติและผลงานด้วยนั้นเอง ซึ่งหลังจากสังเกตุเพื่อนๆที่มาไม่ซักคนที่มีแฟ้มเหมือนผม

    เข้ามาถึงเนื้อหาสัมภาษณ์ได้ยินแววๆมาว่า  เค้าจะถามเรื่อง สส. สว. เรื่องเกี่ยวกับที่จะเรียน ก็เลยหวั่นๆเล็กน้อยเพราะแทบจะไม่รู้เรื่องเลย เหอ...

แต่ไม่เป็นอย่างนั้น

 หลังจากผมสวัสดีกรรมการสอบสัมภาษณ์เสร็จก็ได้ยื่นแฟ้มไปให้ท่านดู  ท่านดูแล้วคุยกันประมาณ 10วิ และได้ถามผมว่า................................

อ.- บ้านอยู่แถวไหนละ?    RaMesis -แถวเทศบาลขอนแก่นครับแถว เทค/บาร์ ครับ  สรุปคือที่เที่ยวนั้นเอง

อ. - เวลาไปเที่ยวเจออาจารย์ทักกันบ้างนะ ?  RaMesis - ครับ < งงนิดๆไหนละ สส. สว. แล้วท่านก็ได้ถามต่อว่า

อ. - จบไปอยากเป็นอะไรละ อยากทำงานอะไร?  RaMesis - ครับ(จริงๆคือยังไม่รู้เลย สาขานี้จบไปทำอะไรได้บ้าง)  แต่ลองหาดูใน GooGle ดูตอนเช้าก่อนไปสอบ  ก็เลยบอกว่าอยากเป็น ฑูต ครับ ท่านก็เลยบอกว่าตั้งใจนะ

ครับ จะตั้งใจให้เต็มที่     สุดท้าย ท่านก็บอกว่ารอฟังผลนะ แล้วก็บอกว่าขอให้โชคดี....

     ความรู้สึกหลังออกมาจากห้องสอบ โล่งมากๆ ไม่ได้เข้าข้างตัวเองแต่คิดว่าติดแล้วแน่ๆมีที่เรียนแล้ว  ดูเป็นกันเองมากๆ เวลาสอบไม่น่าจะเกิน 5 นาที  ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะแฟ้มผลงานเป็นตัวช่วยที่ดีมากตัวหนึ่ง(ท่านที่เข้ามาชมเวลาที่ท่านมีผลงานอะไรก็ให้จัดเก็บใส่แฟ้มไว้ดีๆ มันจะเป็นตัวช่วยให้ท่าน และช่วยในการตัดสินใจของคนที่จะรับเราเข้าศึกษาหรือทำงาน )

 

และแล้วก็ได้รหัสนักศึกษาเพื่อยื่นยันว่าเราเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว......

 

 

 

edit @ 31 Dec 2008 02:10:38 by [R]aMesis

edit @ 31 Dec 2008 16:29:00 by [R]aMesis